โรคเบาหวาน
โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง
และก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพ ก่อให้เกิดปัญหากับ ฟันและเหงือก
ตา ไต หัวใจ หลอดเลือดแดง
ท่านผู้อ่านสามารถป้องกันโรคแทรกซ้อนต่างๆได้โดยการปรับ อาหาร
การออกกำลังกาย และยาให้เหมาะสม
ท่านผู้อ่านสามารถนำข้อเสนอแนะจากบทความนี้ไปปรึกษากับแพทย์ที่รักษาท่านอยู่
ท่านต้องร่วมมือกับคณะแพทย์ที่ทำการรักษาเพื่อกำหนดเป้าหมายการรักษา
บทความนี้เชื่อว่าจะช่วยท่านควบคุมเบาหวานได้ดีขึ้น
โรคเบาหวานคืออะไร
อาหารที่รับประทานเข้าไปส่วนใหญ่จะเปลี่ยนจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือดเพื่อใช้เป็นพลังงาน
เซลล์ในตับอ่อนชื่อเบต้าเซลล์เป็นตัวสร้างอินซูลิน
อินซูลินเป็นตัวนำน้ำตาลกลูโคสเข้าเซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงาน
โรคเบาหวานเป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ
เกิดเนื่องจากการขาดฮอร์โมนอินซูลิน
หรือประสิทธิภาพของอินซูลินลดลงเนื่องจากภาวะดื้อต่ออินซูลินทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอยู่เป็นเวลานานจะเกิดโรคแทรกซ้อนต่ออวัยวะต่างๆ
เช่น ตา ไต และระบบประสาท
ฮอร์โมนอินซูลินมีความสำคัญต่อร่างกายอย่างไร
อินซูลินเป็นฮอร์โมนสำคัญตัวหนึ่งของร่างกาย สร้างและหลั่งจากเบต้าเซลล์ของตับอ่อน
ทำหน้าที่เป็นตัวพาน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เนื้อเยื่อต่างๆของร่างกาย
เพื่อเผาผลาญเป็นพลังงานในการดำเนินชีวิต
ถ้าขาดอินซูลินหรือการออกฤทธิ์ไม่ดี ร่างกายจะใช้น้ำตาลไม่ได้
จึงทำให้น้ำตาลในเลือดสูงมีอาการต่างๆของโรคเบาหวาน
นอกจากมีความผิดปกติของการเผาผลาญอาหารคาร์โบไฮเดรตแล้ว
ยังมีความผิดปกติอื่น เช่น
มีการสลายของสารไขมันและโปรตีนร่วมด้วย
อาการของโรคเบาหวาน
คนปกติก่อนรับประทานอาหารเช้าจะมีระดับน้ำตาลในเลือด 70-110
มก.% หลังรับประทานอาหารแล้ว 2 ชม.ระดับน้ำตาลไม่เกิน 140 มก.%
ผู้ที่ระดับน้ำตาลสูงไม่มากอาจจะไม่มีอาการอะไร
การวินิจฉัยโรคเบาหวานจะทำได้โดยการเจาะเลือด
อาการที่พบได้บ่อย
-
คนปกติมักจะไม่ต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะในเวลากลางดึกหรือปัสสาวะอย่างมากไม่เกิน
1 ครั้ง เมื่อน้ำตาลในกระแสเลือดมากกว่า180มก.%
โดยเฉพาะในเวลากลางคืนน้ำตาลจะถูกขับออกทางปัสสาวะทำให้น้ำถูกขับออกมากขึ้น
จึงมีอาการปัสสาวะบ่อยและเกิดการสูญเสียน้ำ
และอาจจะพบว่าปัสสาวะมีมดตอม
-
ผู้ป่วยจะหิวน้ำบ่อยเนื่องจากต้องทดแทนน้ำที่ถูกขับออกทางปัสสาวะ
-
อ่อนเพลีย
น้ำหนักลดเกิดเนื่องจากร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลจึงย่อยสลายส่วนที่เป็นโปรตีนและไขมันออกมา
-
ผู้ป่วยจะกินเก่งหิวเก่งแต่น้ำหนักจะลดลงเนื่องจากร่างกายนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานไม่ได้
จึงมีการสลายพลังงานจากไขมันและโปรตีนจากกล้ามเนื้อ
-
อาการอื่นๆที่อาจเกิดได้แก่
การติดเชื้อ แผลหายช้า คัน
-
คันตามผิวหนัง
มีการติดเชื้อรา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณช่องคลอดของผู้หญิง
สาเหตุของอาการคันเนื่องจากผิวแห้งไป
หรือมีการอักเสบของผิวหนัง
-
เห็นภาพไม่ชัด
ตาพร่ามัวต้องเปลี่ยนแว่นบ่อย
ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะมีการเปลี่ยนแปลงสายตา เช่นสายตาสั้น
ต่อกระจก น้ำตาลในเลือดสูง
-
ชาไม่มีความรู้สึก
เจ็บตามแขนขาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
เนื่องจากน้ำตาลสูงนานๆทำให้เส้นประสาทเสื่อม
เกิดแผลที่เท้าได้ง่าย เพราะไม่รู้สึก
-
อาเจียน
น้ำตาลในกระแสเลือดสูงเมื่อเป็นโรคนี้ระยะหนึ่งจะเกิดโรคแทรกซ้อนที่เกิดกับหลอดเลือดเล็กเรียก
microvacular
หากมีโรคแทรกซ้อนนี้จะทำให้เกิดโรคไต เบาหวานเข้าตา
หากเกิดหลอดเลือดเลือดแดงใหญ่แข็งเรียก macrovascular
โดยจะทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ อัมพาต
หลอดเลือดแดงที่ขาตีบนอกจากนั้นยังอาจจะเกิดปลายประสาทอักเสบ
neuropathic ทำให้เกิดอาการชาขา กล้ามเนื้ออ่อนแรง
ประสาทอัตโนมัติเสื่อม
ใครมีโอกาสเป็นโรคเบาหวาน
สาเหตุของการเกิดโรคเบาหวานยังไม่ทราบแน่นอนแต่องค์ประกอบสำคัญที่อาจเป็นต้นเหตุของการเกิดได้แก่
กรรมพันธุ์ อ้วน ขาดการออกกำลังกาย
หากบุคคลใดมีปัจจัยเสี่ยงมากย่อมมี่โอกาสที่จะเป็นเบาหวานมากขึ้น
ปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานได้แสดงข้างล่างนี้
ใครที่ควรจะต้องเจาเลือดหาโรคเบาหวาน
ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่สองพบมากและมักจะวินิจฉัยไม่ได้ในระยะแรก
การที่มีภาวะน้ำตาลสูงเป็นเวลานานๆทำให้เกิดการเสื่อมของอวัยวะต่างๆเช่น
ตา หัวใจ ไต เส้นประสาท เส้นเลือด
นอกจากนี้ยังพบว่ามีโรคความดันโลหิตสูง
ภาวะไขมันในโลหิตสูงร่วมด้วย
ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งในการวินิจฉัยให้เร็วที่สุดเพื่อลดภาวะแทรกซ้อน
การตรวจคัดกรองเบาหวานในผู้ใหญ่ที่ไม่มีอาการ
ผู้ที่สมควรได้รับการเจาะเลือดตรวจตรวจหาเบาหวาน คือ
-
ประวัติครอบครัวพ่อแม่
พี่ หรือ น้อง
เป็นเบาหวานควรจะตรวจเลือดแม้ว่าคุณจะไม่มีอาการ
-
อ้วน
ดัชนีมวลกายมากกว่า27%
หรือน้ำหนักเกิน20%ของน้ำหนักที่ควรเป็นสำหรับประเทศในเอเซียเราพบว่าเมื่อดัชนีมวลกายมากกว่า23
จะพบผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานมากดังนั้นแนะนำว่าควรจะเจาะเลือดตรวจเบาหวานเมื่อดัชนีมวลกายมากกว่า
25
-
อายุมากกว่า45ปี
-
ผู้ที่ตรวจพบ
IFG หรือ
IGT
-
ความดันโลหิตสูงมากกว่า140/90 mmHg
-
ระดับไขมัน
HDL น้อยกว่า35 มก%และหรือ
TG มากกว่า250 มก.%
-
ผู้ที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย
-
ประวัติเบาหวานขณะตั้งครรภ์หรือน้ำหนักเด็กแรกคลอดมากกว่า4กิโลกรัม
บุคคลที่มีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวควรที่จะได้รับการตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือดทุก3ปี
หากคุณเป็นคนที่มีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวการป้องกันน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดโดยการออกกำลังกาย
การควบคุมอาหาร การคุมน้ำหนัก
สำหรับรายละเอียดอย่างอื่นให้ดูหัวข้อบนเมนูด้านขวา
เนื้อหาดีๆจาก : SiamHealth
|